วันอังคาร, 27 ตุลาคม 2563

How to จัดการตัวเองในวันที่ “ตื่นสาย” ไปทำงาน

10 ก.ค. 2020
43

“การนอนตื่นสาย” เป็นเรื่องธรรมดาที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากเป็นวันหยุดก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นวันทำงานแล้วล่ะก็…เป็นเรื่องใหญ่แน่นอน

ในเมื่อการนอนตื่นสายในวันทำงานเป็นเหตุสุดวิสัยที่คงไม่มีใครอยากให้เกิด Tonkit360 เลยมีทริคเล็ก ๆ ในการจัดการตัวเองในวันที่คุณนอนตื่นสาย แต่ก็ต้องพยายามไปทำงานให้ทันมาฝากกัน

1. ตั้งสติก่อน
รู้อยู่ว่าการสะดุ้งเด้งสุดตัวจากเตียงราวกับฝันว่าตกตึก 7 ชั้น เพราะรู้ตัวว่าสายแล้วนั้นมันทำให้สติแตกขนาดไหน แต่การจะแก้ปัญหาภายใต้เวลาที่จำกัด สิ่งแรกที่ต้องมีคือ “สติ” เรียกสติตัวเอง แล้วพยายามจัดการความคิดตัวเองให้เร็วที่สุดว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง เพื่อให้สามารถทำทุกอย่างได้ทันเวลา

2. ประเมินเวลา
ในเหตุการณ์ปกติ เราจะคำนวณเวลาในการทำกิจวัตรประจำวันทุกอย่างบวกกับเวลาในการเดินทางไว้เสร็จสรรพแล้ว แต่ในกรณีที่ตื่นสาย เวลาทุกอย่างจะรวนไปหมดแม้ว่าจะแค่ 5-10 นาทีก็ตาม ดังนั้น การประเมินเวลา ตั้งแต่การจัดการตัวเองไปจนถึงเวลาที่ใช้เดินทาง (อย่าลืมว่าเวลาที่ออกจากบ้านเกี่ยวข้องกับสภาพจราจร) จะทำให้เรารู้ว่ายังมีโอกาสที่จะไปทันหรือไม่ ถ้ายังพอมีเวลาก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าไม่รอดแน่ ๆ จะได้เตรียมขั้นตอนต่อไป

3. ทำกิจวัตรทุกอย่างให้เสร็จโดยเร็ว
กิจกรรมบางอย่าง ถ้าสามารถละหรือลดขั้นตอนได้ จะช่วยให้ประหยัดเวลาได้มากทีเดียว แต่ถ้าเป็นกิจวัตรที่จำเป็นต้องทำจริง ๆ ก็ต้องเร่งสปีดแบบความเร็วแสง ยอมออกจากบ้านแบบไม่เพอร์เฟคสักวัน (แต่อย่าถึงขั้นหน้าไม่ล้างฟันไม่แปรง) เพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกหักเงินมาสาย หักเบี้ยขยัน เข้าประชุมไม่ทัน ไปเจอลูกค้าช้า เพราะจะทำให้เสียความน่าเชื่อถือ และการไม่ตรงต่อเวลา

4. ยอมจ่ายแพงกว่า
ในกรณีที่ประเมินแล้วว่ามีโอกาสจะไปทัน ก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีเดินทางเสียหน่อย อย่างการยอมจ่ายเงินค่าเดินทางที่แพงขึ้นเพื่อให้ไปได้ทันเวลา จากที่เคยโหนรถเมล์ชิล ๆ ก็ต้องเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า จากที่เคยเดินได้เรื่อย ๆ ก็ต้องพึ่งพี่วินมอเตอร์ไซค์แทน อันที่จริง การถูกหักเงินอาจไม่ใช่ปัญหาสำหรับใครบางคน แต่ปัญหาใหญ่ คือเรื่องของความน่าเชื่อถือ และการเป็นคนไม่รักษาเวลามากกว่า

5. โทรแจ้งเจ้านาย
ในกรณีที่ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีไหนก็ไม่สามารถจะไปได้ทัน ไม่ทันแน่ ๆ ขั้นตอนสุดท้ายคือ ให้โทรแจ้งเจ้านายว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจะไปถึงที่ทำงานสาย ถ้าเจ้านายไม่ถาม อาจไม่จำเป็นต้องบอกว่าสายเพราะตื่นสาย แต่อย่าโกหกด้วยเหตุผลอื่น เพราะนอกจากจะแสดงถึงความไม่รับผิดชอบแล้ว ยังทำให้กลายเป็นคนไม่น่าเชื่อถือไปเลย

6. ตรวจสอบหาสาเหตุ
เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านไปอย่างเรียบร้อย สิ่งที่ควรทำหลังจากนั้นคือตรวจสอบสาเหตุ ว่าที่ตื่นสายนี้เป็นเพราะอะไร เพราะนาฬิกาไม่ปลุก หรือปลุกแล้วไม่ได้ยิน หรือเราเหนื่อยเกินไปจนหลับลึกจนลุกไม่ไหว การตรวจหาสาเหตุก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เพราะคงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ หากต้องวิ่งหน้าตาตื่นไปทำงานแบบนี้ทุกวัน