วันอังคาร, 27 ตุลาคม 2563

แม่ค้าสาว บุกร้องปอศ. ถูกหลอกซื้อทองออนไลน์ สูญ14ล้าน

แม่ค้าสาว บุกร้องปอศ. ถูกหลอกซื้อทองออนไลน์ สูญ14ล้าน

บุกร้องปอศ.  /  เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) น.ส.วีรภา อิฐถารัตน์ อายุ 30 ปี แม่ค้าออนไลน์ พร้อมนายบัญชา ปานนิวัฒน์ ประธานชมรมช่วยเหลือผู้ยากไร้ และทนายความชมรมฯ

แม่ค้าสาว บุกร้องปอศ. ถูกหลอกซื้อทองออนไลน์ สูญ14ล้าน

© Matichon ภาพประกอบข่าว

เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.เพชรชุมพร ศรีวะรมย์ รอง ผกก.( สอบสวน ) กก.5 บก.ปอศ. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์หลังสั่งซื้อทองคำรูปพรรณ ราคาต่ำกว่าท้องตลาดทางออนไลน์ แต่ไม่ได้รับสินค้า มูลค่าเสียหายกว่า 14 ล้านบาท

น.ส.วีรภา เปิดเผยว่า ตนได้ติดตามเฟซบุ๊กบัญชีหนึ่ง(สงวนชื่อ) ที่มีการโพสขายทองรูปพรรณ ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดมานานกว่า 1 ปี ซึ่งมีการลงรูปทองรูปพรรณ การชั่งทอง มีการถ่ายคลิปวิดีโอรีวิวทองคำ เป็นทองคำจริง มีใบรับประกันสินค้า มีโปรโมชั่นต่าง สลิปการส่งสินค้าให้กับลูกค้าทุกวัน สร้างความน่าเชื่อถือ

บุกร้องปอศ. 

© Matichon บุกร้องปอศ. 

จนกระทั่งประมาณเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจลงทุนโดยลักษณะเป็นการสั่งแบบพรีออเดอร์ ต้องโอนเงินก่อนจากนั้นประมาณ 30 วันถึงจะได้รับสินค้า ซึ่งจะซื้อได้ในราคา 16,500 บาท – 17,500 บาท ต่อทองคำหนึ่งบาท หากตนนำมาจำหน่ายต่อตนจะได้ส่วนต่างบาทละ 2,000-3,000 บาท แล้วแต่ช่วงราคาทองคำของวันนั้นๆ

ช่วงแรกที่ตนสั่งก็ได้รับสินค้าตรงเวลาไม่เคยมีปัญหา แต่ช่วงหลังๆเริ่มส่งสินค้าไม่ตรงเวลา จึงทวงถาม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ จนกระทั่งวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมาไม่สามารถติดต่อได้อีกเลยแต่ปรากฏว่ามีการโพสต์ว่าเจ้าของเฟซบุ๊กเสียชีวิตแล้ว

จนเมื่อวันที่ 26 พ.ย. มีการโพสต์อีกครั้งว่าจะออกมารับผิดชอบ แต่ก็เงียบหายไป ตนจึงตัดสินใจไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.สำโรงใต้ จนถึงวันนี้คดีกลับไม่คืบหน้า จึงเดินทางมาขอความเป็นธรรมกับตำรวจ บก.ปอศ.

บุกร้องปอศ. 

© Matichon บุกร้องปอศ. 

น.ส.วีรภา กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้นำทองมาขายเองเพียงแต่เป็นตัวกลางในการสั่งทอง ส่วนการส่งทองทางร้านจะส่งให้ลูกค้าโดยตรง และเคยสั่งซื้อทองคำออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กนี้มาประมาณ 20 รอบ ทุกครั้งโอนเงินประมาณล้านกว่าบาท ได้รับสินค้ามาแล้ว 10 รอบ และยังไม่ถึงกำหนดรับทองคำอีก 10 รอบ

ครั้งล่าสุดวันที่ 24 พ.ย. มีการสั่งไปประมาณ 100 เส้นซึ่งมีตั้งแต่ครึ่งสลึงไปจนถึง 2 บาท โดยให้โอนเงินเข้า 4 บัญชี และมีการตรวจสอบแล้วพบว่า 2 บัญชีเป็นบัญชีร้านทองที่ จ.มหาสารคาม และ จ.ชุมพร ส่วนอีก 2 บัญชีคาดว่าเป็นนอมินีที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมกระทำผิด

ซึ่งในกรณีนี้มีผู้เสียหายที่เป็นลูกค้าตนกว่า 41 คนที่ตกเป็นเหยื่อเสียหายคนละหลายเเสนรวมแล้วกว่า 13 ล้านบาท ซึ่งตนต้องนำเงินเก็บที่ตนมีประมาณ 1 ล้านออกมากระจายเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนลูกค้าตน

พ.ต.ท.เพชรชุมพร เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะรับเรื่องไว้ก่อน และจะทำการตรวจสอบบัญชีและอายัดบัญชี ทั้ง 4 บัญชีเพื่อนำมาตรวจสอบ ส่วนจะมีความผิดเข้าข่ายทางอาญาฐานฉ้อโกงประชาชนหรือไม่นั้น ต้องทำการสอบสวน และตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง